ต้นพุทธรักษา

ต้นพุทธรักษา1

ต้นพุทธรักษา

ประวัติและที่มาของต้นพุทธรักษา

ต้นพุทธรักษามีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้และหมู่เกาะเวสอินดีส สันนิษฐานว่าถูกนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกโดยชาวโปรตุเกสในสมัยอยุธยา เดิมทีพุทธรักษาเป็นไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ได้มีการกำหนดให้ดอกพุทธรักษาสีเหลืองเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ ด้วยเหตุนี้ พุทธรักษาจึงมีความหมายที่สื่อถึงความเป็นพ่อ ความรัก ความเคารพ และบูชา

ต้นพุทธรักษา2

ประวัติของต้นพุทธรักษา

ต้นพุทธรักษามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna indica L. จัดอยู่ในวงศ์ Cannaceae คำว่า Canna มาจากภาษากรีกคำว่า kanna แปลว่า ต้นอ้อ ส่วน indica หมายถึง อินเดีย เนื่องจากต้นพุทธรักษาเป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย

ต้นพุทธรักษาเป็นพืชล้มลุก ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ลำต้นเทียมประกอบด้วยก้านใบรวมกันคล้ายต้นกล้วย ใบมีขนาดใหญ่ รูปหอกหรือรูปใบพาย ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวสด ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อมีดอกย่อยประมาณ 8-10 ดอก กลีบดอกมีสีสันหลากหลาย เช่น เหลือง แดง ชมพู ขาว ม่วง เป็นต้น

ต้นพุทธรักษาเป็นไม้ที่ทนแล้งและทนน้ำท่วมได้ดี การปลูกต้นพุทธรักษาสามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ด การแยกเหง้า และการปักชำใบ การดูแลต้นพุทธรักษาที่สำคัญ ได้แก่ การใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช การรดน้ำ และการตัดแต่งกิ่ง

พุทธรักษาในวัฒนธรรมไทย

ต้นพุทธรักษา3

พุทธรักษาเป็นดอกไม้ที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมไทยหลายด้าน เช่น ใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ นิยมใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น การบวช การแต่งงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังนิยมนำมาประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างความสวยงาม

ดอกพุทธรักษาสีเหลืองเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ

ในปี พ.ศ. 2523 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้ดอกพุทธรักษาสีเหลืองเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ โดยมีเหตุผลดังนี้

  • ดอกพุทธรักษามีสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพ่อแห่งชาติ
  • ดอกพุทธรักษามีความหมายที่สื่อถึงความเป็นพ่อ ความรัก ความเคารพ และบูชา
  • ดอกพุทธรักษาเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามและปลูกง่าย

การประกาศให้ดอกพุทธรักษาสีเหลืองเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ เป็นการยกย่องและให้เกียรติต่อบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นพุทธรักษา

ต้นพุทธรักษาเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ลำต้นเทียมประกอบด้วยก้านใบรวมกันคล้ายต้นกล้วย ใบมีขนาดใหญ่ รูปหอกหรือรูปใบพาย ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวสด ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อมีดอกย่อยประมาณ 8-10 ดอก กลีบดอกมีสีสันหลากหลาย เช่น เหลือง แดง ชมพู ขาว ม่วง เป็นต้น

ต้นพุทธรักษา6

ลักษณะของลำต้นต้นพุทธรักษามีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เหง้ามีลักษณะอวบน้ำ ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ลำต้นเทียมประกอบด้วยก้านใบรวมกันคล้ายต้นกล้วย ลำต้นเทียมสูงประมาณ 50-200 เซนติเมตร

ลักษณะของใบใบของต้นพุทธรักษามีขนาดใหญ่ รูปหอกหรือรูปใบพาย กว้าง 10-15 เซนติเมตร ยาว 30-40 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวสด เส้นใบเรียงขนานกัน

ลักษณะของดอกดอกของต้นพุทธรักษาออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกย่อยประมาณ 8-10 ดอก กลีบดอกมีสีสันหลากหลาย เช่น เหลือง แดง ชมพู ขาว ม่วง เป็นต้น กลีบดอกมี 3 กลีบ กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันเปลี่ยนรูปคล้ายกลีบดอก มีขนาดใหญ่ สีเหลือง มีจุดประสีส้มที่บริเวณตรงกลาง เชื่อมติดกับเกสรเพศผู้ที่ไม่เป็นหมันและเพศเมีย รังไข่อยู่ใต้กลีบเลี้ยงรูปร่างค่อนข้างกลม

สรรพคุณทางสมุนไพรของต้นพุทธรักษา

ต้นพุทธรักษามีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง ดังนี้

  • แก้อาการไอ ไอเป็นเลือด : เหง้าสด 10-30 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม
  • บำรุงปอด : เหง้าสด 10-30 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้เหง้าแห้งบดเป็นผง ชงกับน้ำร้อนดื่ม
  • แก้ท้องเสีย : เหง้าสด 10-30 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้เหง้าแห้งบดเป็นผง ชงกับน้ำร้อนดื่ม
  • ปรับสมดุลประจำเดือนมาไม่ปกติ : ดอก 10-20 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม
  • ขับเหงื่อ : เหง้าสด 10-30 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม
  • แก้คุดทะราด : เหง้าสดตำพอก
  • แก้ปวดศีรษะ : เมล็ดแห้งบดเป็นผง ชงกับน้ำร้อนดื่ม
ต้นพุทธรักษา5

วิธีใช้

  • เหง้าสด 10-30 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม รับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2-3 ครั้ง
  • เหง้าแห้งบดเป็นผง ชงกับน้ำร้อนดื่ม รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2-3 ครั้ง
  • ดอก 10-20 กรัม ต้มกับน้ำดื่ม รับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2-3 ครั้ง

ข้อควรระวัง

  • ผู้ที่มีธาตุเย็นไม่ควรรับประทาน
  • หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์

จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า เหง้าของต้นพุทธรักษามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ ดอกของต้นพุทธรักษายังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านการ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม :: luckiestree
อ่านบทความไม้มงคลได้ที่ :: ต้นชวนชม